"แอ๊ดดดดดดด .....ครึ่ม...กึก ๆ " เสียงดังสนั่นจนกระชากตัวตื่นจากความฝัน รอบด้านมืดสนิท เว้นแต่แสงไฟจากพอร์ตยูเอสบีของโน้ตบุ๊คที่เรืองแสงอ่อนราวกับผีพราย งัวเงียเอื้อมมือเปิดฝามือถือดูเจอเข้ากับตัวเลขเกือบตีสาม
ในบ้าน หรือข้างบ้าน? ฉุกคิดขึ้นมาในใจ ทาวเฮาส์หลังนี้เพิ่งขนของเข้ามาได้ไม่กี่กอง ทุกอย่างยังดูรกร้างและเย็นสนิทในหน้าหนาวที่หนาวเหมือนจะไม่เคยหนาวแบบนี้มาก่อน ทุกอย่างยังไม่เคยชินในความรู้สึกแม้แต่เสียงประตูกระแทกดังยังแยกไม่ออกว่ามาจากจากหลังเราหรือหลังถัดไป
ขณะลังเล มันก็เกิดอีกครั้ง....ครึ่ม...กึก ๆ .....ครึ่ม...กึก ๆ เป้นจังหวะทิ้งช่วงที่แยกออกแล้วว่า ต้องอยู่ชั้นบนแน่ วินาทีนั้นแน่ใจทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ข้างบน ไม่มีใครอยู่ในบ้านนี้นี่นา!
หรือคืนแรก ผีบ้านผีเรือนจะลองของเราเล่น...ฝรั่งมันก็มีผี poltergeists ที่คอยเคลื่อนย้ายเครื่องเรือนเล่น รวมทั้งทำอะไรแผลง ๆ สารพัดอย่าง ในใจคิดไปมากมาย แอบหวังว่ามันจะเงียบลงอีกครั้ง
ครึ่ม...กึก ๆ มันยังดังเรื่อย ๆ ผมค่อย ๆ ยกยันร่างออกจากถุงนอนแสนอบอุ่น ยันฝ่ามือบนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ อุปทานหรือความรู้สึกบอกชัดว่าคืนนี้เย็นกว่าคืนไหนในหนาวนี้ มันหนาวเหมือนบนยอดภู
ค่อย ๆ ย่องขึ้นบันไดไม้ขึ้นชั้นบน แค่กลางทางก็สัมผัสถึงสายลมกระพือ และแล้ว...ครึ่ม...กึก ๆ เสียงนั่นก็ดังอีกครั้ง่อหน้าต่อตาประตูเวรกรรมที่เปิดทิ้งไว้โดนลมตีกระพือส่งเสียงประหลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลมแรงอย่างไม่น่าเชื่อไหลผ่านซอกตึกโหมใส่เข้ากับทาวเฮ้าส์ที่เปิดโล่งจากหัวถึงหาง ที่มาของเสียงสยองยามดึกสงัด
ทุกเสียงเงียบสนิทเมื่อผมปิดประตูลง เหลือแต่เสียงลมกระหน่ำอยู่นอกบ้านโน่น
คืนนั้นต่างออกไปจากทุกคืนที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่หนาวธรรมดา แต่เป็นลมหนาวจากยอดดอย หลังจากสงบใจได้ว่าไม่ใช่ทั้งผี หรือขโมย ผมเปิดประตูหน้าบ้านออกไปยืนท่ามกลางความมืด สายลมกระพือหวีดหวิวผ่านยอดไม้ เย็นและบาดลึกอย่างที่ลมเหนือบนยอดภูดอยควรจะเป็น แค่หลับตาลงจะไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในกรุงเทพฯอีกต่อไป
ยังขาดอยู่คงเพียงน้ำค้าง....กระมัง
หมายเหตุ:ระบบล่ม ทำให้ไดหายไปหลายวันบังเอิญผมเขียนเรื่องภาษาอังกฤษ อาจมีคนก็อปเก็บไว้บ้าง ใครเก็บของเดือนธันวาไว้รบกวนช่วยส่งมาที่ somewheresofar@yahoo.com ด้วยครับ